ShoutMix chat widget

231: เงินห้าร้อยโครน

posted on 13 Aug 2011 00:48 by onizuki in MyLife
 
 
เด็กหนุ่มคนนึงเจอมรสุมทางการเดินทางในอาทิตย์ช่วงเปิดภาคเรียน เขาลืมเอาจักรยานไปซ่อมเพราะโซ่หลุด จึงทำให้เขาต้องเดินทางไปโรงเรียนที่อยู่ห่างออกไปสองถึงสามกิโล ด้วยเท้าเปล่า

วันที่สองเด็กหนุ่มคนนั้นรู้สึกว่าล้อจักรยานท้ังสองข้างนั้นแบน แต่ก็ยังปั่นจักรยานไปที่โรงเรียนตามปรกติ

วันที่สามเขาทนที่ล้อแบนๆทั้งสองข้างไม่ได้ เลยลองเอาที่สูบลมยางมาสูบล้อทั้งสองข้าง แต่สูบเท่าไหร่เขาก็ไม่สามารถเติมลมยางให้เต็มได้  เขาจึงไปที่ร้านจักรยานเพื่อให้เขาซ่อมจักรยานอีกครั้ง  ครั้งนี้เขาหมดไปห้าร้อยหกสิบโครน โดยที่ทางบ้านจะพอใจดีช่วยออกให้

วันที่สี่เด็กหนุ่มขี่จักรยานไปตามปกติโดยสภาพอากาศที่ไม่เป็นใจนัก  ทั้งหนาวเหน็บกับฝนที่พรำตลอดทั้งวัน บรรยายกาศซึมเศร้าสีเท่าที่ไม่มีใครอยากเดิน แต่เด็กหนุ่มก็จำเป็นต้องปั่นจักรยานไปตามปกติ  เมื่อโรงเรียนเลิก เขานึกขึ้นว่าตอนนี้เขากำลังอยู่อีกที่นึง ที่ไม่ใช่โรงเรียน ที่ไม่ใช่ที่ๆเขาจอดจักรยานเอาไว้  เขาเดินคนเดียวประมาณหนึ่งกิโลกลับไปที่โรงเรียนในขณะที่ฝนตก เมื่อถึงที่จอดรถก็ล้วงกระเป๋าเพื่อจะหากุญแจจักรยาน แต่ข้างในนั้นกลับว่างเปล่า มีเพียงกุญแจบ้านอยู่ในกระเป๋านั้น หนุ่มน้อยพยายามหาค้นจนทั่ว ทั้งในห้องเรียน ในเสื้อกันฝน เขาถามครูแถวนั้นไปทั่ว  แต่สุดท้ายก็ต้องจำใจกลับบ้านโดยไร้จักรยาน ในสภาพอากาศที่ไม่เป็นใจ เขาเดินกลับมาถึงบ้านหมดสภาพ น้ำฝนที่ซึมเข้าไปอยู่ในเสื้อกันฝนทำให้เสื้อที่ใส่อยู่ข้างในเปียกหมด

วันนี้เขาเดินไปที่โรงเรียนอีกครั้ง เขาไปถามที่ศูนย์รับของหายอีกครั้งหลังเลิกเรียน แต่ก็ไม่ได้ใจความ ความหวังสุดท้ายของเขาคือ การที่ต้องลากจักรยานอ้อมไปสุดลูกหูลูกตา เพื่อที่จะกลับไปที่ร้านจักรยานนั้นอีกครั้ง เขาไม่รู้จักทางลัดที่แม่เขาบอก เลยยอมต้องไปทางที่เขาคุ้น  จักรยานนั้นทั้งใหญ่ทั้งหนัก เขาไม่มีปัญญายกล้อหลังตลอดเวลาเพื่อมุ่งไปถึงจุดหมายได้ เขาคิดว่า ’เอาวะเป็นไงเป็นกัน’ เขาจึงลากจักรยานโดนไม่สนใจว่าล้อหลังจะเป็นเช่นไร  ล้อหลังนั้นเริ่มเสื่อมสภาพ เส้นเหล็กที่ดูแข็งแกร่งก็เริ่มหลุดตามความแรงที่เขาลาก  เด็กหนุ่มเดินผ่านฝูงชนที่หันมามองด้วยสายตาแปลกๆ เสียงแกร๊งๆก็ยังคงเดินต่อไป เขาลากจักรยานที่ใช้การไม่ได้ขึ้นลงเขา เขาเดินไม่หยุด รู้สึกหมดเรี่ยวแรง แต่เขาก็พยายามมุ่งต่อไปให้ถึงร้านจักรยานให้ได้  และแล้วเขาก็มาถึงจุดถนนคนเดิน ซึ่งอีกไม่ไกลมาก เขาก็จะได้เอาจักรยานไปเปลี่ยนแม่กุญแจเสียที  *แกร๊กๆๆๆ........................................ เสียงแกร๊งที่ดังอยู่นานสองนานก็เงียบไป  เมื่อเขามองไปที่ล้อ ปรากฎว่าล้อด้านหลังที่เพิ่งซื้อมาเมื่อวานพังหมดสภาพ ไม่สามารถซ่อมได้อีกต่อไป ชายหนุ่มคนนั้นไม่สนใจ หากแต่ว่าเขาอยากที่จะเอาจักรยานไปซ่อมที่ร้านให้จงได้ 

และแล้วเขาก็มาถึงร้านจักรยานนั้น

ชายอายุวัยปานกลางส่ายหัวบอกว่างานนี้เด็กหนุ่มต้องจ่ายบานแน่ๆ เขาบอกเด็กหนุ่มให้มารับจักรยานภายในสิบห้านาทีให้หลัง ด้วยความล้าอีกทั้งยังไม่ได้กินข้าว เขาเลยตัดสินใจให้รางวัลตัวเองกับซ็อฟท์ไอซ์ขนาดกลาง  เมื่อเวลาผ่านไปเขาก็เข้าไปรับจักรยานที่ร้าน  พี่่ที่เด็กหนุ่มรู้จักออกมาส่งจักรยาน เขาถามเด็กหนุ่มว่าไปทำอะไรกับจักรยานมา เด็กหนุ่มก็ตอบไปว่าเขาทำกุญแจจักรยานตัวสุดท้ายหายเลยลากมาเปลี่ยน พี่เขาว่าเด็กหนุ่มว่าจริงๆจ้างให้คนยกมาก็ได้ไม่งั้นก็คงไม่ต้องจ่ายอวมขนาดนี้ พี่เขาบอกต่อไปว่าเขาได้เปลี่ยนแผงล้อหลังใหม่ให้ทั้งหมดและบอกให้เด็กหนุ่มดูแลรักษาให้อย่างดี ก่อนจะบอกว่าค่าซ่อมวันนี้รวมแล้วเก้าร้อยเก้าสิบโครน ซึ่งทางร้านยินดีที่จะลดให้หนึ่งร้อยโครน  ในกระเป๋าสตางค์ของเด็กน้อยนั้นมีอยู่แค่แปดร้อยเก้าโครน เขาเลยบอกกับพี่ไปว่าจะขอไปที่ธนาคารครู่หนึ่ง พี่บอกว่าเอาจักรยานไปด้วยสิ เด็กหนุ่มไม่กล้าพอจึงรีบปฏิเสธไป  เมื่อเด็กหนุ่มกลับมาจ่ายเงินก้อนโตให้กับพี่ที่ร้าน เขาก็ขี่จักรยานกลับบ้านไปอย่างวังเวง

เด็กหนุ่มเดินเข้าไปหาแม่ของเขา เขาบอกเรื่องค่าใช้จ่ายทั้งหมด เขานึกว่าที่บ้านจะช่วยออกให้แต่ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็นไร แม่เขาบอกกับเด็กหนุ่มว่ามันเป็นความรับผิดชอบของเขา ที่เขาทำกุญแจหายจนต้องเปลี่ยนล้อหลังใหม่ทั้งหมด แม่อาสาที่จะช่วยจ่ายค่าซ่อมด้วยเพราะมันเป็นความรับผิดชอบของแม่ส่วนนึง  แม่ของเด็กหนุ่มก็ไม่ได้มีงานอะไร เงินเดือนก็ไม่มี มีแต่เงินเก็บที่เผลอๆ เด็กหนุ่มนั้นจะมีมากกว่าเสียด้วย  แม่เขาเสนอที่จะช่วยออกให้สองร้อยโครน แต่หนุ่มน้อยรีบปฏิเสธบอกว่าไม่ต้อง แม่รีบเอาตัวหนุ่มน้อยเข้ามากอด แต่ด้วยความที่หนุ่มน้อยสมเพชตัวเองมากเลยยันแม่ออกแล้วปลีกเข้าไปขังตัวเองในห้อง

สักครู่ใหญ่ก็มีเสียงเคาะประตู เด็กหนุ่มแง้มประตูออก ข้างหน้าเขาคือแม่ของเขา แม่เขายิ้มก่อนจะยื่นเงินห้าร้อยโครนให้  เด็กหนุ่มรีบผลักเงินของแม่เขาออกไป เขาไม่สมควรที่จะได้รับมัน เขาบอกแม่ว่าไม่เป็นไรๆ เขาไม่เอา  เขากับแม่ยื้ออยู่ที่ประตูอยู่นาน เด็กหนุ่มพยายามรีบปิดประตู แต่ก็ยอมแพ้ในสุด ระหว่างที่เขายันประตู แม่เขาก็สอดธนาบัตรไว้ข้างใต้กระเป๋าสตางค์บนโต๊ะคอมฯของเด็กหนุ่ม และแล้วแรงยันประตูของเขาก็หมดลง แม่เขาโผเข้ามากอดเด็กชาย ที่เต็มไปด้วยนำ้ตา น้ำตาของเด็กหนุ่มเอ่อล้นเลอะชายเสื้อของแม่เขา เด็กหนุ่มไม่มองและไม่กล้ามองหน้าแม่แม้แต่น้อย แม่กอดเขาและลูบหัวเขาดังเด็กอายุห้าขวบ

‘เหนื่อยไหมลูก อย่าร้องให้นะ’
‘เป็นลูกแม่ หลานยาย หลานทวดต้องอดทนนะ’
‘ชีวิตนี้ลูกยังต้องเจอปัญหาอีกมากมายนะ อนทนไว้นะลูก’
‘แม่รักลูกมากนะรู้ไหม ลูกน่ะ สำคัญที่สุดในชีวิตแม่นะ อย่าร้องเลยลูก’
‘มีอะไรอยากระบายก็ให้บอกแม่นะ แม่ยินดีรับฟังทุกเรื่องลูก’

น้ำเสียงอ่อนโยนที่แผ่วในหูกับการลูบผมที่อ่อนโยนของแม่ทำให้เด็กหนุ่มสะอื้นไปพักใหญ่ ก่อนที่เขาค่อยๆหยุดร้องไห้ 

เขาหยุดร้องไห้ขณะที่นำ้ตายังคงตกในอยู่...

‘แม่รักลูกมากนะ’

แม่เขาเดินออกจากห้อง ปิดประตูอย่างเงียบๆ...

เด็กชายคนนั้นมองดูเงินห้าร้อยโครนที่แม่ให้มา เขาตัดสินใจเก็บธนาบัตรนั้นไว้อย่างดี คงจะไม่มีวันที่เขาจะได้ใช้ 
เพราะมันมีค่ามากกว่ามูลค่าห้าร้อยโครน ไม่สิ มันประเมินค่าไม่ได้เลยด้วยซ้ำ...


--------------------------------

ที่เขียนมานี่เรื่องที่ประสบมาทั้งสัปดาห์นี้จริงๆครับ ไม่ได้แต่งเพิ่มอะไรทั้งสิ้น (ถือว่าโคตรซวยเลย Foot in mouth)

แล้วผมก็ไม่รู้ว่าเหตุการณ์ซวยๆแบบนี้มันเกิดขึ้นในสัปดาห์วันแม่ได้อย่างไร นี่คงจะเป็นครั้งแรกของผมที่ซวยติดต่อกันห้าวัน ถือว่าฟาดเคราะห์ไปแล้วกันครับ

วันนี้ของดเรื่องฮ่องกงไปก่อนเพราะเห็นว่าเอนทร่ีนี้เขียนยาวมาก ยังไงจะพยายามอั้พเรื่องฮ่องกงภายในวันอาทิตย์นะครับ (ได้ข่าวว่าลุงจะมาเยี่ยมที่เดนมาร์ก)

ตอนนี้ยังเป็นเวลาสี่ทุ่มกว่าของที่นี่ เลยอยากบอกว่า “อ๋อมรักแม่มากๆนะครับ”

จริงๆการบอกรักแม่ก็คงไม่ได้มีแค่วันนี้วันเดียวเท่านั้น อย่างไงก็อย่าลืมบอกรักพ่อแม่ทุกๆวันก่อนที่ท่านจะไม่อยู่กับเราแล้วนะครับ Cool

Comment

Comment:

Tweet

Fight..fight,,positive thinking my sonbig smile

#4 By Tak chantree (86.188.130.68) on 2011-08-16 18:23

ประทับใจมากๆ รักแม่ให้มากๆนะครับ Hot!

#3 By HostChan* on 2011-08-13 23:06

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

ในความโชคร้าย ก็ยังมีโชคดีซ่อนอยู่เสมอ big smile

อย่างในกรณีนี้ ก็โชคดีที่มีคุณแม่อยู่ด้วยยังไงล่ะคะ big smile

เพิ่งเห็นเขียนยาวขนาดนี้ เรื่องจริงที่ราวกับนิยาย หวังว่าพอเรื่องร้ายๆ ผ่านไปก็จะมีสิ่งดีๆ เข้ามาแทนนะคะ big smile

ป.ล. พี่ก็เกิดมาคอเคล็ดวันแม่เหมือนกันค่ะ เมื่อวานเลยไม่ได้กราบแม่ เพราะเจ็บร้าวไปทั้งไหล่ไล่มาถึงคอ กินยาไปแล้ววันนี้เลยดีขึ้นหน่อย ได้เอาพวงมาลัยมากราบแม่ซะที big smile
ชอบมากเลยอ้ะ surprised smile กินใจให้ข้อคิดมากเลยน้องโอนิ ^^ Hot! Hot! Hot!

#1 By PrinzSchweini on 2011-08-13 21:41