ShoutMix chat widget

 
HAPPY 2ND ANNIVERSARY!
 
และแล้วก็ย่างเข้าสู่ปีที่สองที่ผมได้ย้ายมาอยู่ที่ประเทศเดนมาร์ก  มันเหมือนว่าผมเพิ่งมาถึงที่นี่เมื่อวานนี้เอง  เวลามันผ่านเป็นเร็วจริงๆครับ Foot in mouth
 
ถ้าให้วิวการใช้ชีวิตในช่วงระหว่างสองปีนี้ก็คงเป็นแบบนี้ครับ:
 
ปี 1:
- บินมาใหม่ๆ ใช้เวลาคุ้นเคยกับประเทศสองเดือน
- ครั้งแรกที่ต้องมาเรียนภาษาตั้งแต่เริ่มต้น
- รร.แรกชิวสุดๆ!
- วันแรกของการเรียนสอน: "ทำ+ชักว่าว" (ว่าวจริงๆนะครับ Foot in mouth)
- ปีแรกยังอ่านหนังสือไม่ค่อยคล่อง ต้องอ่านแบบหนังสือเด็ก
- ยังคิดอยู่ว่าเขาพูดเร็วไปไหน Foot in mouth
- ต้องเรียนภาษาที่ 4 เพิ่ม!: เยอรมัน (ครูดันชิว Foot in mouth)
- ลงใต้เที่ยวเมือง Lübeck ประเทศเยอรมัน (เช้าไปกลับ)
- เที่ยวหลายๆที่ ที่เดนมาร์ก (Sjælland ยัน Jylland แต่ Fyn เป็นทางผ่าน)
- ได้ฉลองหลายๆอย่างกับครอบครัว
 
ปี 2:
- เรียนที่ใหม่
- อาทิตย์แรกๆที่เข้าไปเรียนนี่ท้อสุดๆ (การบ้านล้นมือ+ยากมากๆ)
- ไปๆมาๆกลับให้น้อยลงเรื่อยๆ (ครูไม่ค่อยตรวจอีก) Foot in mouth
- เพื่อนในชั้นเรียนใจดีน่ารักทุกคน (แต่แรงกันหมด Foot in mouth)
- ได้เรียนภาษาเดนนิชแบบโหดๆ + เรียนเสริม (ครูที่ห้องแจกแบบฝึกหัดให้ผมโดยเฉพาะ+เรียนเสริม)
- ได้เรียนภาษาเยอรมันแบบจริงๆจังๆ (ตอนแรกผมกลัวครูเขามากเลยครับ Foot in mouth)
- การเขียน/พูดดีขึ้นนิดหน่อย สามารถเข้าใจพวกเนื้อหาได้มากกว่าเมื่อก่อน
- แต่การพูดก็ยากมากๆอยู่ดี Foot in mouth
- ปีนี้ได้ไปเที่ยวเมืองเพื่อนบ้านอย่าง Malmö ประเทศสวีเดน
- เก็บตัวในบ้านมากขึ้นเพราะเบื่อเที่ยวจัด (คิดถึงห้างเมืองไทยอย่างแรง) Foot in mouth
--------------------------------
จริงๆแล้ว บ่อยครั้งที่ผมบ่นกับตัวเองว่า อยากกลับไทยอย่างแรง ท้อ คิดถึงบ้าน แต่กว่าจะได้กลับทีก็ถือว่าลำบากมาก  คือไลฟ์สไตล์อย่างผมนี่มันคนละขั่วกับที่นี่มากครับ  อย่างนึงก็คือตอนนี้เมืองไทยก็มีตู้เกมส์มากมายที่ผมรอกลับไปเล่นมาก คาดว่าปีนี้คงต้องจ่ายหนักกว่าเดิมอีก  คือจะกลับได้ครั้งเดียวต่อปี กว่าจะรอให้เวลามาถึงก็เกือบลงแดงแล้วครับ ผมก็อยากเจอเพื่อนเก่าๆผมที่ไม่ได้เจอตั้งนาน ครอบครัวผมที่ไทยอีก  อ่านแล้วอาจรู้สึกว่าผมมันเห็นแก่ตัว ผมยอมรับจริง ถึงผมจะมีเพื่อนที่นี่ก็ตามแต่ก็ยังมีขอบเขตตรงท่ีว่า เขาเป็น"เพื่อนร่วมชั้น"เท่านั้นเอง ไม่ใช่"เพื่อนสนิท"อะไร มันเหมือนว่าจริงๆแล้วผมอยู่ตัวคนเดียว เหงา ถึงจะมี facebook ให้ติดตามเพื่อนเก่าผมก็ตาม  ยังไงเสีย การดูเพื่อนผ่านพวกเน็ตเวิร์คแบบนี้ก็ไม่ดีใจเท่าเจอกันแบบตัวต่อตัวอยู่แล้วครับ 
 
แต่กลับมาคิดอีกที หลังจากที่ได้อ่านโพสต์ที่น้าผมเขียนมาหาผมที่ว่าผมโชคดีแล้วที่ได้เรียนเมืองนอก ระบบการศึกษายังไงก็ดีกว่าที่เมืองไทยเป็นไหนๆ  ผมมองว่าคนอื่นเขาสอบชิงทุนกันแทบตาย แต่ผมแทบไม่ได้ทำอะไรเลยก็มาเรียนเมืองนอกได้ฟรี ดั่งคนที่หมั่นเก็บเงินเพื่อชีวิตจะได้สบายแต่อีกคนได้อยู่ในชีวิตที่สบายและแทบไม่ต้องทำอะไรเลย ให้อดทนเรียนที่นี่ไปก่อนถ้าโตแล้วค่อยตัดสินใจว่าในอนาคตจะทำอย่างไรกับชีวิต  การที่ได้ใช้ชีวิตเมืองนอกแบบนานๆนี่หาไม่ได้ง่ายๆจริงๆครับ เพราะฉะนั้น การอดทนอยู่ต่อเมืองนอกต่อไป พยายามเรียนให้จบเพื่อหางานที่ดี (ผมอยากชีกวิธีแบบนี้ออกไปจากหัวจริงๆ Foot in mouth) ปัญหาคือเขาให้ผมเริ่มคิดอนาคตแล้วแต่ผมไม่มีไอเดียเลย การเรียนด้านไอทีที่นี่ค่อนข้างสิ้นหวังครับ แทบหาที่เรียนไม่ได้เลย (ยกเว้นจะลงใต้ไปเยอรมันหรือข้ามเกาะไปเรียนที่ Århus) ถ้าเป็นนักเขียนคงแทบสิ้นหวัง เรื่องที่ผมเขียนส่งครูก็ไม่ได้วิเศษอะไรเลย  อนาคตผมมันช่างมืดหกด้าน
 
จากเรื่องฉลองอยู่ครบเดนมาร์กสองปี กลายเป็นกันบ่นชีวิตตัวเองซะงั้น หวังว่าท่านผู้อ่านจะไม่คิดอะไรมากกับเรื่องข้างบนนะครับ  เอาเป็นว่าปีนี้ชีวิตคงโหดกว่าเดิมไงก็พยายามฝ่าไปให้ได้ครับ ขอบคุณทุกคนที่ให้กำลังใจมาโดยตลอดครับ ขอบคุณมากๆครับ m(_ _)m

Comment

Comment:

Tweet

เรียนอยูู่เดนมาร์กเหมือนกัน เริ่มเรียนที่นี้ตั้งเเต่ป.3 เลย พอขึ้นม.ปลาย หนักมากกกก ยิ่งช่วงม.6 การบ้านทุกวัน ทุกวิชา เเล้วไหนจะรายงานอีก ตอนนี้เพิ่งจบม.6 กำลังพัก 1 ปี เเล้วจะเข้าเรียนเภสัช ขอให้เข้าได้ทีเหอะ T_T

มาอยู่นานเเล้วยังคิดถึงไทยทุกวัน อารมณ์ท้อนี้เข้าใจเลย อยากกลับบ้าน เเต่พอกลับเเล้วคนอื่นๆ ว่าเราโชคดีที่ได้เรียนต่างประเทศก็นึกสู้ขึ้นมาหน่อย

#8 By shotokan-ji_on[add]hotmail.com (82.147.244.38) on 2011-10-05 01:08

ต้องพูดภาษานอร์เวหน้าชั้น แต่ไม่หาข้อมูลไม่ได้เลย

ยังไงถ้าคุณ onizuki ได้เหนเม้นนี้ แล้ว กรุณาตอบกลับด้วยนะคะ จะเปนพระคุณอย่างสูงค่ะ ><


1. Thanking ได้แก่ thank you so much. how kind of you!
thank you for having me.
thank you so much for your help
2. Apologies ได้แก่ i'm sorry! i'm really srry
i'm awfully sorry. it was an accident
3. Replies ได้แก่ Don't mention it.
My pleasure.
It was no trouble.
you're welcome.

#7 By finding-seventh on 2011-06-20 10:42

confused smile

ดูแลตัวเองด้วยนะ อิอิ

#6 By ღ。Nahmfonღ。 on 2011-06-06 22:06

น่าอิจฉาน้าาา ไปอยู่นู่นยาวๆ
ยังไงๆก็กลับมาสอนเดนนิชพี่มั่งนะ 555 cry

#5 By PrinzSchweini on 2011-06-02 21:04

สู้ๆๆๆค่าาาาโอนิจัง
หนูว่าโอนิจังโชคดีมากๆๆแล้วที่ได้ไปเรียนเมืองนอก
หนูยังอยากไปแบบMAX
เรื่องเรียนถ้าพยายามโอนิจังยังไงก็ทำได้อยู่แล้วค่ะ ขนาดเกมยังเล่นจนเมพได้เลย
เรื่องเพื่อน หนูว่า จะคิดว่าเคาเป็นเพื่อนสนิทก็ไม่เห็นไปไรเลยนี่คะ เราก้ไม่ได้เลิกคบกับเพื่อนที่ไทยสักหน่อย
มีเพื่อนเยอะๆจะได้อบอุ่นไงคะ
ยินดีอ่านที่บ่นมาเสมอคะ55+

#4 By ~SaKuRaKa-MikA_MooKiiE~ on 2011-05-30 18:09

ตอนนั้นอยู่เดนมาร์กก็คิดคล้ายๆกันเลยล่ะจ๊ะ แต่ของพี่มันเป็นอดีตไปแล้ว 555555
ไม่มีที่ไหนเหมือนเมืองไทย แล้วก็เหมือนเดนมาร์กจริงๆน่ะล่ะ =w=
สู้ๆกับชีวิตที่นู่นนะจ๊ะ เข้าใจเลย ฟีลเดินห้างกับตู้เกมเนี่ยยย มันทรมานเวลาอยู่นู่นแล้วคิดถึงพวกนี้อ่ะ ; ;
ยินดีด้วยที่อยู่ได้ครบสองปีแล้วนะจ๊ะ!!! สู้ๆล่ะ บางครั้งที่พี่ท้อตอนอยู่ไทยแล้วนึกถึงชีวิตที่เดนมาร์กก็อยากกลับไปนะ ;3;
เอาเป็นว่าขอให้มีเพื่อนสนิทที่ดีนะ!คะ!! ให้เวลาผ่านไปได้มาเล่นตู้เกมเร็วๆๆcry

#3 By NIKKA on 2011-05-30 15:15

ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ชีวิตก็โหดขึ้นเรื่อยเสมอล่ะค่ะ ไม่ได้มาบอกให้ท้อนะ แต่ว่าคนเรามันต้องอึดขึ้นตามกาลเวลา พอมองย้อนกลับไปเราจะมองเห็นอะไรขำๆ ในชีวิตมากมาย big smile

ยินดีที่อดทนอยู่ได้ครบสองปีนะคะ ตอนพี่ไปจำได้ว่าช่วงสามเดือนแรกนี่หวั่นใจตลอดว่าจะอยู่ได้ไม่ครบปีครึ่งตามที่ตกลง เพราะมีเรื่องอะไรผิดพลาดตลอด sad smile หลังจากนั้นก็เริ่มชิลล์ๆ ละ big smile

เด็กๆ ที่นั่นเค้าชอบปาร์ตี้กัน ถ้าได้ไปปาร์ตี้กับเพื่อนๆ ซักหน่อยก็น่าจะเข้ากันได้เร็วขึ้นนะคะ เราระวังตัวเองไว้อย่าให้เสียไปกับเพื่อนไม่ดีก็แล้วกันค่ะ เป็นกำลังใจให้สู้ต่อไปนะคะ big smile
สู้ๆนะคะ มีรุ่นน้องกำลังไปเอเอฟเอสเดนมาร์กเหมือนกัน

ได้เรียนภาษาติดตัวเพิ่มเป็นภาษาที่สี่นี่น่าอิจฉาจริงๆ

เรื่องอนาคต ต้องหาตัวเอง(ยากจัง หาไม่เจอเหมือนกัน- -)

#1 By THEBEE on 2011-05-30 08:09